เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

สุดสัปดาห์ที่กำลังจะถึงนี้มีเกมมันของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาให้แฟนบอลได้สนุกกันอีกครั้งเมื่อทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทีมร่วมเมืองลิเวอร์พูล และแน่นอนว่าเกมนี้คือศึกแห่งศักดิ์ศรีที่มีมากกว่าแค่การแข่งขันตามโปรแกรมทั่วไป เพราะมันคือศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ศึกชิงความเป็นใหญ่แห่งดินแดนแถบนี้ และยังเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าเจ้าบ้านมีดีพอหรือไม่ในการจะก้าวขึ้นเป็นทีมใหญ่เพื่อลุ้นแชมป์ลีกแบบเต็มตัว

บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

ต้องบอกว่าจริงแล้วสนามของทั้งสองสโมสรคืออยู่ใกล้กันมาก ๆ มีเพียงสวนสาธารณะกั้นกลางเอาไว้เท่านั้น ทำให้สามารถมองเห็นสนามของอีกฝ่ายได้แบบเหยียบจมูกกันเลย เมื่อเป็นเช่นนี้รสชาติของศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองลิเวอร์พูลจึงสนุกสนานและมันส์เกินบรรยายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมาอีกยุคกี่สมัย ใครจะเป็นทีมใหญ่ ใครเป็นทีมเล็ก เมื่อมาเจอกัน ไม่มีคำว่ายอมแน่ ๆ ความน่าสนใจยิ่งกว่าตรงที่ทั้งสองทีมในปีนี้จัดว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดย ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 2 ของตารางก่อนแข่ง ในขณะที่ เอฟเวอร์ตัน เองรั้งอันดับ 6 นั่นหมายความว่าหากใครเอาชนะได้ โอกาสที่จะขยับอันดับหรือรักษาอันดับของตนเองเอาไว้ย่อมมีสูง

หากมองในบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังไงก็ต้องเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านที่ตัวนักเตะเพียบพร้อมในทุกขุมกำลังทั้งแนวรับอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ , เวอร์กิล ฟาน ไดค์ แนวรุกอย่าง 3 ประสาน ซาลาห์ , ฟีมีร์โน่ และ มาเน่ ที่ชั่วโมงนี้ก็ร้อนแรงใช้ได้ นั่นทำให้โอกาสที่พวกเขาจะคว้า 3 แต้ม พร้อมไล่เบียด แมนฯ ซิตี้ ต่อไปมีสูง ด้านฝั่งทีมเยือนเองก็ไม่ได้จัดว่าขี้เหร่แต่ประการใด โดยมี ริชาร์ลิสัน นำทีม และหวังจะยิงดับฝันของเพื่อนบ้านให้จงได้ บอกเลยว่าเกมในสุดสัปดาห์นี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงจริง ๆ

สำหรับ ลิเวอร์พูล หากพวกเขาเอาชนะได้ก็จะไล่บี้ แมนฯ ซิตี้ มากขึ้นไปอีก ในทางกลับกันหากพวกเขาทำได้แค่เสมอหรือแย่ถึงขั้นแพ้ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจกลายเป็นจุดพลิกประจำซีซั่นจนหาทางกลับบ้านไม่เจอก็ได้ ทั้งนี้หากให้มองความน่าจะเป็น ยังไงก็ขอเอียงไปทางฝั่งเจ้าบ้านด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ดูแล้วน่าจะเก็บ 3 คะแนนไม่ยาก กระนั้นโลกฟุตบอลไม่เคยมีอะไรแน่นอนและต้องรอดูว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

13 ปีแห่งยุคเกลเซอร์ ช่วงเวลาทรงกับทรุดของปีศาจแดง ?

glazers manchester united

การเผชิญหน้ากับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในคืนวันเสาร์แรกของเดือนตุลาคม 2018 กลายเป็นเกมที่แฟนบอลทั่วไปและเหล่าผู้ที่ขายวิญญาณให้กับ ทีมปีศาจแดง ต่างเฝ้าคอยด้วยความใจจดใจจ่อ หลังมีข่าวลือสะพัดจากแหล่งข่าวใน อังกฤษ หลายสำนักที่พากันชี้ชัดก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นราว 24 ชม.ว่า นี่จะเป็นแมตช์สุดท้ายในการทำหน้าที่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะจบลงในรูปแบบใดก็ตาม หลังจากที่ กุนซือชาวโปรตุเกส เดินเข้าสู่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยเครื่องแต่งกายสีดำที่ดูเรียบหรู แม้จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาในขณะที่พูดคุยทักทายกับผู้ตัดสินที่ 4 แต่ก็ยังมีสัญญาณบางอย่างที่สะท้อนถึงความมั่นใจที่ไม่เหมือนเดิมของเขา หลังเจ้าตัวหยิบขวดน้ำขึ้นมาและสาดเข้าใส่กล้องตัวหนึ่งที่กำลังตามติดเขาทุกฝีก้าว แม้แวบแรกอาจจะดูเหมือนเป็นการล้อเล่นแบบตลกร้าย แต่พฤติกรรมแบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นหากเขาไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ภาวะความกดดันแต่พอหลังสิ้นเสียงนกหวีดเริ่มเกมไปไม่นานนัก อารมณ์ของ มูรินโญ่ กลับดูมืดดำกว่าชุดที่เขาสวมใส่อยู่และมันยิ่งดำดิ่งลงทุกทีหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังผู้มาเยือนไปถึง 2 ประตูภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 10 นาที จากลูกยิงเปิดหัวด้วยซ้ายของ เคเนดี้ แข้งชาวบราซิลที่ยืมตัวมาจาก เชลซี และจังหวะกลับตัวซัดในกรอบเขตโทษของ โยชิโนริ มูโตะ หัวหอกชาวญี่ปุ่น

หลังเสีย 2 ประตูไปตั้งแต่ช่วงต้นเกมส์ บรรยากาศใน โรงละครแห่งความฝัน พลันเงียบสงัด และแปรเปลี่ยนเป็นเสียงโห่ฮาจากเหล่ากองเชียร์ประมาณหนึ่งหลังจบครึ่งแรกโดยที่นักเตะของพวกเขายังไม่สามารถคุกคามคู่ต่อสู้ได้ซักเท่าไร ในขณะที่สายตาของ มูรินโญ่ ก็จ้องเขม็งไปยังซุ้มม้านั่งสำรองก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเข้าสู่อุโมงค์ บางที”ปาฏิหาริย์”คือสิ่งที่พวกเขากำลังต้องการในเวลานี้หลังการปรับเปลี่ยนแทคติกที่นอกเหนือจากการถอด เอริค ไบยี่ ออกตั้งแต่นาทีที่ 20 และส่ง ฆวน มาต้า ลงมาแทนที่แล้ว มารูยาน เฟลไลนี่ ก็ได้โอกาสลงสนามทันทีในช่วงออกสตาร์ทครึ่งเวลาหลังเพื่อเข้ามาแทน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมถึง อเล็กซิส ซานเชซ ไพ่ใบสุดท้ายที่ถูกส่งลงสนามมาในนาที 67 ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลายเป็นคนที่ถูกถอดออกไป ก็ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนๆเจ้าถิ่นเริ่มดังขึ้นทุกขณะ

แม้สุดท้ายแล้ว ราฟาเอล เบนิเตซ จะรู้สึกหัวเสียหลังต้องกลับบ้านมือเปล่าทั้งๆที่ทีมของเขาเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนถึง 2 ลูก แต่ท่ามกลางเสียงตบมือกึกก้องที่แฟนๆมอบให้กับ มูรินโญ่ ก็คงไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่าสถานะบนเก้าอี้ของเขาจะยังเงียบสงบไปได้อีกนานซักเท่าไร แม้จะมีข่าวยืนยันจากทางบอร์ดบริหารก่อนเกมเริ่มไม่นานว่ายังพร้อมจะสนับสนุนเขาต่อไป ในขณะที่ เร้ด อาร์มี่ บางคนกำลังทำอารมณ์ไม่ถูกกับชัยชนะของทีมในนัดนี้ ซึ่งคงไม่ต่างกับการที่อาจจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า หลังการเข้ามาของ ตระกูลเกลเซอร์ ที่ได้สิทธิ์ถือครองสโมสรมาตั้งแต่ปี 2005 พวกเขาสูบเงินจากทีมไปแล้วราวๆ 1 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขไม่ต่างกับจำนวนที่ ชีค มานซูร์ เทงบเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ แมนฯ ซิตี้

ราฟาเอล เบนิเตซ รู้สึกหัวเสีย แมตซ์พ่ายแมนยู

แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งสุดท้ายในปี 2013 ซึ่งเป็นฤดูกาลอำลาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่ก่อนหน้านั้นเพียง 1 ปีก็เริ่มมีสัญญาณคุกคามมาจากทีมคู่แข่งร่วมเมืองโดยที่คงยังไม่มีใครคาดคิดไปไกล แม้มันอาจเป็นระยะเวลาเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้นจวบจนถึงปัจจุบันหลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ ของ อาบู ดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป แต่มันก็กลับยาวนานเพียงพอที่จะทำให้การแย่งแชมป์ไปจาก ทีมเรือใบสีฟ้า ในเวลานี้กลายเป็นเรื่องไม่ง่าย จากมุมมองของแฟน ยูไนเต็ด ที่โลกไม่สวยหลายคนก็เริ่มสัมผัสได้แล้วว่า นอกจากผลงานในสนามของพวกเขาจะตกอยู่ภายใต้ร่มเงาทีมคู่แข่งร่วมเมืองที่นำโดยฟุตบอลแบบมีสไตล์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปแล้ว ในส่วนของด้านอื่นๆนอกสนามก็กำลังจะกลายเป็นฝ่ายไล่ตามหลังในไม่ช้านี้ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาระของ มูรินโญ่ ในสนามฝึกซ้อมและในสนามแข่งขัน แต่มันคือปัญหาของ ตระกูลเกลเซอร์ และ เอ็ด วู้ดเวิร์ด หัวเรือใหญ่ของทีมที่ต้องเร่งลงมือแก้ไขอะไรซักอย่าง

แม้ก่อนหน้านี้ฝั่งทีมสีฟ้าอาจจะมีปัญหาจุกจิกกวนใจเล็กน้อยจากการที่ กวาร์ดิโอล่า จงใจแสดงออกถึงมุมมองทางการเมืองใน กาตาลัน ดินแดนบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งเป็นปัญหาละเอียดอ่อนและกลายเป็นเรื่องต้องห้ามจากทาง เอฟเอ อย่างไรก็ตามมันคงเป็นประเด็นอันน้อยนิดสำหรับทาง สมาคมฟุตบอลอังกฤษ เมื่อเปรียบเทียบไปถึงผลประโยชน์จากเม็ดเงินมหาศาลที่เจ้านายของ กุนซือชาวสเปน หว่านลงทุนไปอย่างชาญฉลาด สิ่งที่กลุ่มนักลงทุนชาวอาหรับทำในช่วงออกสตาร์ทของการเข้ามาบริหารก็คือ การจ้างที่ปรึกษาในการวางรากฐานเพื่อปูทางสู่ความสำเร็จใน พรีเมียร์ลีก ในขณะที่ทั้ง คัลดูน อัล มูบารัค ซีอีโอใหญ่และเหล่าที่ปรึกษาต่างเห็นพ้องต้องกันว่า โครงสร้างสโมสรที่มีตำแหน่ง ผอ.ฟุตบอล เป็นสิ่งสำคัญจากหน้าที่ในการดูแลงบประมาณหลายล้านปอนด์ที่เกี่ยวข้องกับนักเตะ โดยเฉพาะการดึงตัวผู้เล่นที่อยู่ในแผนการทำทีมเข้ามา

พวกเขายังเข้าใจวิวัฒนาการของวงการลูกหนังในปัจจุบันที่ต้องมีการสร้างแบรนด์ที่ควบคู่กับการขยายฐานแฟนบอลผู้ซื่อสัตย์ รวมถึงการตระหนักว่าสโมสรฟุตบอลกำลังกลายเป็นศูนย์รวมที่ดึงดูดการลงทุนต่างๆเข้ามา นอกจากนี้ยังมีการลงทุนก่อสร้างสถาบันการศึกษาและศูนย์กีฬาขึ้นมาในบริเวณถัดจากอะคาเดมี่แห่งใหม่มูลค่า 200 ล้านปอนด์ของทีม และหากมองไปที่ระดับอะดาเดมี่ ล่าสุดทางฝั่ง ยูไนเต็ด ก็พึ่งเริ่มตาสว่างและยอมอัดฉีดงบเพิ่มเป็นจำนวน 24 ล้านปอนด์ต่อปี หลังผลงานนักเตะจาก แคร์ริงตัน ตกเป็นลูกไล่ของฝั่ง ซิตี้ ไปแล้วในระยะหลังๆ และยังเป็นการมุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาในอนาคตหลังเหตุการณ์ไม่ลงรอยกันระหว่าง มูรินโญ่ และ วู้ดเวิร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ในประเด็นการเฟ้นหาผู้เล่นเซ็นเตอร์แบ็คหน้าใหม่เข้าสู่ทีม

ถึงแม้ปัจจัยความสำเร็จของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงที่ผ่านมาจะมาจากเงินลงทุนร่วม 1.3 พันล้านปอนด์จาก ชีค มานซูร์ นับตั้งแต่ก้าวเข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จในปี 2008 โดยงบส่วนใหญ่ได้ถูกใช้ไปกับการซื้อตัวนักเตะและจ่ายเป็นค่าเหนื่อย แต่หากจะมีทีมใดทีมหนึ่งนอกเหนือจาก เชลซี ของ โรมัน อบราโมวิช ที่จะคอมเพลนถึงการถูกคุกคามจากอำนาจเงินของกลุ่ม อาบู ดาบี ได้เต็มปากก็ต้องเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้น เนื่องจากมีข้อมูลระบุว่า หลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ของ ตระกูลเกลเซอร์ ในปี 2005 ทางสโมสรก็ถูกสูบเงินกลับคืนสู่พวกเขาในรูปแบบต่างๆไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 พันล้านปอนด์ สถานะทางการเงินของ ปีศาจแดง ถูกดำเนินการไปเพื่อรองรับเงินในกระเป๋าของพวกเกลเซอร์อยู่ทุกๆปี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากจะมีเหตุการณ์สำคัญเรื่องข่าวกินเกาเหลาระหว่าง มูรินโญ่ และ ปอล ป็อกบา ที่แฟนบอลส่วนใหญ่ให้ความสนใจอยู่ ยังมีข้อสรุปตัวเลขทางบัญชีล่าสุดที่เผยแพร่ออกมาจากทางสโมสรที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขายังมีรายรับอยู่ที่ 590 ล้านปอนด์ ซึ่งยังคงเหนือกว่าตัวเลขบวกของทาง ซิตี้ ที่ 500 ล้านปอนด์

โชเซ่เครียด ผลงานไม่เข้าตาวู้ดเวิร์ด

ตัวเลขสีเขียวทางบัญชีเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากผลงานการขายสปอนเซอร์ชิพของ วู้ดเวิร์ด อดีตนายธนาคารใหญ่แบงค์ เจพี มอร์แกน ที่ย้ายเข้ามาทำหน้าที่สำคัญให้กับทีมในปี 2005 เช่นกัน แต่จากข้อมูลงบดุลก็ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงมีหนี้สินค้างอยู่ 487 ล้านปอนด์หลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ของ ตระกูลเกลเซอร์ โดยที่ วู้ดเวิร์ด ก็คือคนที่ดำเนินการกู้เงินเข้ามา 525 ล้านปอนด์ หนี้ก้อนโตในปัจจุบันดูจะกลายเป็นตัวเลขที่เกินควบคุมนับตั้งแต่การก้าวลงจากตำแหน่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ลำพังแค่ต้นทุนทางการเงิน (finance costs) ที่โดยส่วนใหญ่ก็คือค่าดอกเบี้ยภายในฤดูกาล 2017-18 ก็คิดเป็นจำนวน 24 ล้านปอนด์ ซึ่งก็อาจมากพอที่จะใช้สมทบทุนในการหาซื้อนักเตะกองหลังซักคนที่ มูรินโญ่ ต้องการ

6 พี่น้องตระกูลเกลเซอร์ ผู้ถือครองหุ้นสโมสรรวม 97% ได้รับเงินปันผลรวมกันไปล่าสุดประมาณ 18 ล้านปอนด์ แต่หากคิดยอดรวมการจ่ายเงินปันผลให้กับพวกเขารวมถึงนักลงทุนรายอื่นๆในรอบบัญชีปัจจุบันจะเท่ากับ 22 ล้านปอนด์ ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้วนิดหน่อยที่ 23 ล้านปอนด์แต่มากกว่าปีก่อนหน้านั้นที่ 20 ล้านปอนด์ โดยรวมแล้วมีการจ่ายเงินออกจากสโมสรรวม 3 ปีหลังสุดเป็นจำนวน 65 ล้านปอนด์ ในส่วนเงินเดือนของผู้บริหารในทุกระดับรวมถึงค่าตำแหน่งของ 6 พี่น้องตระกูลเกลเซอร์ ก็คิดเป็นจำนวน 13 ล้านปอนด์ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 12 ล้านปอนด์และ 11 ล้านปอนด์ใน 2 ปีก่อนหน้านั้นตามลำดับ โดยในปีก่อนหน้านั้น กลุ่มบริษัท เร้ด ฟุตบอล ที่ถือครองโดย ตระกูลเกลเซอร์ ก็พึ่งเทขาย 4.3 ล้านหุ้นที่จดทะเบียนบนหมู่เกาะเคย์แมนออกไป จนทำให้พวกเขาฟันรายได้จากธุรกิจที่พัวพันกับเกมส์ลูกหนังเพิ่มไปอีกราว 56 ล้านปอนด์ บรรยากาศอึมครึมในสนามจากการที่ ป็อกบา นักเตะทีมแชมป์โลก เรียกร้องอิสระในการเล่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งดูจะสวนทางกับท่าทีของ มูรินโญ่ ที่ยังคงรู้สึกเซ็งไม่หายกับการถูกปฏิเสธคำขอในการเสริมผู้เล่นแนวรับให้กับทีมจาก วู้ดเวิร์ด จนทำให้เกิดเป็นรอยร้าวเล็กๆระหว่างผจก.ทีมและซีอีโอ อย่างไรก็ตามนั่นอาจเป็นเพียงปัญหาใหญ่หลักๆที่คนทั่วไปพอจะมองเห็นได้จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ในขณะนี้

รามอส บอก เคน เหมาะกับ ลาลีกา

รามอส บอก เคน เหมาะกับ ลาลีกา

เซร์คิโอ รามอส กองหลังกัปตันทีม เรอัล มาดริด และทีมชาติสเปน กล่าวว่า แฮร์รี่ เคน เป็นกองหน้าที่ยอดเยี่ยมและมีความเหมาะสมกับการลงเล่นฟุตบอลสเปนเป็นอย่างมาก โดย รามอส และ เคน พบกันในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาในเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อถูกถามว่านักเตะอังกฤษคนไหนที่มีความเหมาะสมกับการเล่นใน ลาลีกา รามอส ได้เลือก แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีมชาติอังกฤษของสโมสร ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เนื่องจากความแข็งแกร่งทางร่างกายและทางเทคนิคของดาวยิงรายนี้

“แฮร์รี่ เคน เป็นนักเตะที่มีร่างกายน่าอัศจรรย์ แต่ก็มีเทคนิคที่ยอดเยี่ยมด้วย เขาสามารถทำให้คุณประหลาดใจได้ แต่ไม่ใช่แค่ผม เรากำลังเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือเขา มีผู้เล่นที่มีเทคนิคอยู่เสมอในทีมชาติอังกฤษที่เป็นอันตราย แต่ผมสามารถรับรองได้ว่าเราได้เฝ้าดูพวกเขา เรารู้ว่าระดับความยากจะสูงมากขึ้น” รามอส บอกกับผู้สื่อข่าว

แฮร์รี่ เคน ทำไปแล้วทั้งหมด 146 ประตูในการเล่น 223 นัด ให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตั้งแต่บุกเข้าสู่ทีมชุดแรกของทีมไก่เดือยทอง และก่อนหน้านี้เคยมีข่าวว่ากำลังเป็นที่สนใจของ เรอัล มาดริด มานานแล้วก่อนที่เจ้าตัวจะต่อสัญญากับทีม และคาดว่าน่าจะกลับมาอยู่ในความต้องการของทีมราชันย์ชุดขาวอีกครั้งหลังจากที่ทีมประสบปัญหาทำประตูไม่ได้มาแล้วหลายนัด โดยนัดล่าสุด ปรากฏว่า สเปน ถูกอังกฤษบุกมาเอาชนะถึงบ้านของตัวเอง 3-2 โดยที่เคน ยังไม่สามารถทำประตูได้อีกนัด

เนวิลล์ เฟอร์ดินานด์ ร่วมสับแหลกหลังผีแดงสุดตกต่ำ

เนวิลล์ เฟอร์ดินานด์ ร่วมสับแหลกหลังผีแดงสุดตกต่ำ

แกรี่ เนวิลล์ กล่าวถึงสถานการณ์ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ โดยอดีตกัปตันทีมปีศาจแดงบอกว่าความตกต่ำของสโมสรเริ่มต้นมาตั้งแต่การไล่ เดวิด มอยส์ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม ในเดือนเมษายนปี 2014 อดีตกุนซือของ เอฟเวอร์ตัน ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งเกษียณในเดือนพฤษภาคมปี 2013 และได้รับสัญญาจ้าง 6 ปีก่อนที่จะถูกไล่ออกจากตำแหน่งโดย เอ็ด วู้ดเวิร์ด หลังจากผ่านไป 10 เดือน

เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องประสบปัญหาในการเริ่มต้นฤดูกาลพรีเมียร์ลีกภายใต้การทำทีมของ โซเซ่ มูรินโญ่ โดยเฉพาะนัดล่าสุดกับความพ่ายแพ้ต่อ เวสต์แฮม เมื่อวันเสาร์ทำให้เป็นการเริ่มต้นฤดูกาลที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90 อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ซึ่งปัจจุบันเป็นนักวิจารณ์ของ Sky Sport ได้เขียนไว้ใน Twitter ว่า “เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ ยูไนเต็ด ไล่ เดวิด มอยส์ ออกไปหลังจาก 8 เดือน และเราสูญเสียความรู้สึกทั้งหมดที่ได้รับจากสโมสรมา 100 ปี พวกเขากำลังเด้งไปทั่วทุกที่โดยไม่มีแผน”

อดีตเพื่อนร่วมทีม เนวิลล์ อย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้เรียกร้องให้มีการตัดสินใจตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง มูรินโญ่ และ ปอล ป็อกบา กองกลางของทีม โดย เฟอร์ดินานด์ บอกกับบีทีสปอร์ตเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า “เป็นการยากที่จะพูดได้ว่าเป็นเกมสุดท้าย แต่ผมเชื่อว่าคนที่มีอำนาจจะต้องตัดสินใจ คุณไม่สามารถปล่อยให้สถานการณ์เช่นนี้ยังคงผ่านไป สงครามเล็กๆในห้องแต่งตัว และทุกคนจะรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ต่อไป มันอาจจะเป็นฤดูกาลที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ใครบางคนต้องตัดสินใจในตอนนี้ คนใดคนหนึ่งต้องไปเพื่อให้ได้บางสิ่งกลับมา”

มิลาน รอฉก แรมซี่ย์ แบบฟรีๆ หากปืนต่อสัญญาล้มเหลว

มิลาน รอฉก แรมซี่ย์ แบบฟรีๆ หากปืนต่อสัญญาล้มเหลว

ทีมปีศาจแดงดำ เอซี มิลาน กำลังหวังว่าจะได้ตัว อารอน แรมซี่ย์ จาก อาร์เซน่อล เมื่อกองกลางรายนี้กลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลปัจจุบัน มิดฟิลด์ทีมชาติเวลส์ เหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกเพียง 9 เดือน และมีอิสระที่จะเจรจากับทีมจากต่างชาติ ในช่วงเดือนมกราคมปี 2019 โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจาก อาร์เซน่อล

ขณะนี้เชื่อว่า แรมซี่ย์ กำลังรอคอยสัญญาฉบับใหม่จากสโมสร โดยเจ้าตัวคิดว่าตนเองควรจะได้รับค่าเหนื่อยที่ดีขึ้นกว่าเดิม และทำให้เจ้าตัวเป็น 1 ในนักเตะที่จะมีค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร ซึ่งตามรายงานข่าวก่อนหน้านี้เชื่อว่าดาวเตะเวลส์ เรียกร้องเงินจำนวน 200,000- 250,000 ปอนด์ ทำให้บอร์ดบริหารยังคงลังเลที่จะทำตามความต้องการของเจ้าตัว และตามรายงานของ Gazzetta dello Sport รายงานว่า ทีมรอสโซเนรี่ กำลังติดตามสถานการณ์ของมิดฟิลด์รายนี้อย่างใกล้ชิดโดยพร้อมจะดึงตัวมาเล่นในอิตาลีทันทีหากว่า แรมซีย์ กับทีมปืนใหญ่ไม่อาจหาข้อยุติในการต่อสัญญาได้จริงๆ

เวลานี้ มิลาน กำลังเข้าใกล้ชิดกับการนำ อิวาน กาซิดิส อดีตประธานสโมสรอาร์เซน่อล เข้ามารับหน้าที่ตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างนอกสนามของทีม และ กาซิดิซ เชื่อว่าหากได้ตัว แรมซี่ย์ จะทำให้ผลงานของทีมดีขึ้น แรมซี่ย์ ย้ายมาเล่นให้กับ อาร์เซน่อล โดยย้ายมาจาก คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ เมื่อปี 2008 และได้ลงเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ไปแล้วกว่า 350 นัดในการแข่งขันทั้งหมดทุกรายการ

ความทรงจำในการซื้อตัวยอดแย่ของ ป๋าเฟอร์กี้

ความทรงจำในการซื้อตัวยอดแย่ของ ป๋าเฟอร์กี้

แม้ว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้รับการยกให้เป็น 1 ในกุนซือที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล ทว่าชีวิตการคุมทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของเขาตลอด 27 ปี มันก็มีช่วงจังหวะที่ “ป๋า” ตัดสินใจผิดพลาดในการดึงดาวเตะหลายคนมาร่วมทีมด้วยเหมือนกัน ลองมาย้อนดูกันว่ามีนักเตะคนไหนที่ขึ้นแท่นอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลปีศาจกับการซื้อตัวยอดแย่ของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

ฮวน เซบาสเตียน เวรอน – ปฏิเสธไม่ได้ว่าเวลานั้นมิดฟิลด์รายนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดในโลก ไม่แปลกที่ เฟอร์กี้ ตัดสินใจควักเงินถึง 28 ล้านปอนด์ ซึ่งในยุคเกือบ 20 ปีที่แล้ว (ซื้อมาตอนปี 2001) ถือว่าแพงสุด ๆ แต่เล่นได้แค่ 2 ปี ก็ต้องขายขาดทุนย่อยยับให้กับเชลซี ด้วยราคาเพียง 15 ล้านปอนด์

เบเบ้ – แว่วว่าจริงแล้วการตัดสินใจซื้อดาวเตะรายนี้ไม่ได้มาจากเจ้าตัวทั้งหมด แต่จะอะไรก็ตามทำให้ดาวเตะรายนี้ย้ายจาก วิคตอเรีย มาอยู่กับทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 7.4 ล้านปอนด์ อันถือว่าแพงสุด ๆ กับดาวเตะที่ไม่มีโปรไฟล์อะไรเลย สุดท้ายมันก็ทำให้รู้ว่าบางทีอย่าเชื่อใครง่าย ๆ หากคุณไม่ได้สัมผัสด้วยตาตนเอง

เอริก เฌมบ้า-เฌมบ้า – เขาย้ายมายังถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อปี 2003 แบบงง ๆ ว่า ใครเอ่ย? แต่ เฟอร์กี้ ตัดสินใจดึงตัวมาจากน็องต์ในฝรั่งเศสด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ เพื่อหวังจะสืบสานตำนานพันธุ์ดุของ รอย คีน ที่ค่อย ๆ ร่วงโรยในตอนนั้น แต่สุดท้ายฝีเท้าก็ไม่เหมาะกับการเป็นดาวเตะทัพปีศาจก่อนย้ายไปยังแอสตัน วิลล่า เมื่อปี 2005

ตาง ฟาง โจว – แฟนผียุคใหม่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่านอกจาก ปาร์ค จี ซอง ที่เป็นนักเตะเอเชียในทัพผีแดงแล้ว พวกเขายังเคยมีดาวรุ่งจากจีนผู้นี้อยู่ในทีมด้วย เฟอร์กี้ ดึงตัวมาในปี 2004 ด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์ แต่ลึก ๆ แล้วเชื่อกันว่าพวกเขาดึงดาวเตะรายนี้เข้ามาทำตลาดในจีนแผ่นดินใหญ่มากกว่าจะเอามาใช้งานจริง ผลที่ได้เลยเละเทะตามระเบียบ

มัสซิโม ตาอิบี้ – นายด่านชาวอิตาลีกับการออกลูกเป็นบอลอันโด่งดัง “ป๋า” ดึงตัวมาด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ แต่แล้วลูกลอดขาอันลือลั่นในเกมกับเซาแธมป์ตันเป็นเหมือนช็อตเดียวที่แฟนแมนฯ ยูฯ จำได้แถมไม่ค่อยอยากจำด้วยซ้ำกับนายด่านรายนี้

แม้กุนซือคนนี้จะเก่งแค่ไหน แต่ก็ยังมีวันที่เขาพลาดได้เหมือนคนปกติทั่วไปเช่นกันสำหรับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานแห่งทัพปีศาจ

คล็อปป์ รับต้องแก้ปัญหาเรื่องความฟิต

คล็อปป์ รับต้องแก้ปัญหาเรื่องความฟิต

เจอร์เกน คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันแห่งทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ออกมากล่าวถึงลูกทีมว่า นักเตะของเขามีระดับความฟิตที่ต่างออกไปก่อนช่วงเริ่มต้นซีซั่นใหม่นี้และยังคงสร้างความแข็งแกร่งอยู่เสมอ โดยพวกเขาเพิ่งลงเล่นเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นนัดสุดท้ายกับโตริโน่ในถิ่นแอนฟิลด์เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมการกลับเข้าแคมป์ขอ งเดยัน ลอฟเรน ทำให้ คล็อปป์ มีทีมที่นักเตะทุกรายครบเป็นครั้งแรกในซัมเมอร์นี้

พวกเขามีเวลาอีก 5 วัน ก่อนที่จะลงทำศึกนัดเปิดสนามเกมแรกของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่ง คล็อปป์ เองก็มีความกังวลเล็กน้อยว่าทีมของเขาอาจยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่นัก โดยได้กล่าวผ่านเว็บไซต์ของสโมสรว่า

“พวกเราต้องการการกลับมาอย่างสดใส นั่นคือสิ่งหนึ่งและเรื่องอื่น ๆ ที่เรายังคงต้องทำงานหนักโดยเฉพาะความอดทน ทุกคนในทีมมีศักยภาพไม่เท่ากัน คุณมองเห็นได้ เราต้องการเล่นเกมแรกด้วยเหตุผลใดก็ตามเมื่อเรามีเวลาอีก 8 วัน เพราะเราเล่นในวันอาทิตย์ นั่นเป็นสัปดาห์เดียวกับปรีซีซั่น เราเปลี่ยนมันไม่ได้ นั่นคือความท้าทายที่เรามีตอนนี้ สิ่งแรกสำหรับทุกเรื่อง เราต้องมั่นใจว่าเรามีทีมที่ดีและยังคงมีงานอีกมากมายที่เราต้องทำ”

ฮาร์ท ซบ เบิร์นลีย์ เซ็น 2 ปี

ฮาร์ท ซบ เบิร์นลีย์ เซ็น 2 ปี

โจ ฮาร์ท นายทวารจอมอาภัพชาวอังกฤษ ได้ตัดสินใจย้ายจากทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอยู่กับเบิร์นลีย์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เรียบร้อยแล้วด้วยการเซ็นสัญญาเป็นเวลา 2 ปี ค่าตัวราว 3.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเบิร์นลีย์เองยังมีทางเลือกในการขยายสัญญาของเขาออกไปอีก 1 ปี หลังการตกลงรายละเอียดส่วนตัวเสร็จสิ้นไปเรียบร้อย นั่นทำให้นายด่านวัย 31 ปี จะลงเล่นในเกมพรีเมียร์ลีกนัดเปิดสนามที่เบิร์นลีย์จะพบกับเซาแธมป์ตันได้ทันทีเนื่องจากนายทวารชาติเดียวกันอีก 2 คนอย่าง นิค โป๊ป และ ทอม ฮีตัน ยังได้รับบาดเจ็บอยู่

“มันเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับผมในการย้ายมาทีนี่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กำลังทำผลงานได้อย่างมหัศจรรย์และผมมีความสุขไปกับพวกเขา พวกเขาต้องการไปต่อและทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ผมรู้สึกดี ผมรู้สึกชอบที่ผมได้อยู่ในที่ ๆ เหมาะสม และรู้สึกชอบในช่วงเวลาที่จะได้เริ่มต้นการแข่งขันอีกครั้ง ผมยังไม่เคยคิดถึงเรื่องอ็อปชั่นใด ๆ ทั้งสิ้น มันคือความมหัศจรรย์ของตำแหน่งผู้รักษาประตู แต่มันมีช่องทางให้กับผมและผมรู้สึกชอบ ผมสามารถทำบางสิ่งและช่วยสโมสรแห่งนี้ไปในทิศทางที่พวกเขาต้องการ”

“ทุกๆ อย่างมันประทับใจผมมาก ผมเคยได้ยินสิ่งดี ๆ เกี่ยวกับบรรยากาศที่นี่ พวกเขาบอกว่ามันไม่ได้มีราคา แต่มันคือส่วนหนึ่งของทีมที่ทุกคนพยายามผลักดันให้มันไปในทิศทางเดียวกัน” ฮาร์ท ร่ายยาว

คล็อปป์ รับ การคว้าแชมป์ลีกยังยากสำหรับพวกเขา

ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนเก่งแห่งทัพ “ลิเวอร์พูล” ได้ออกมายอมรับว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับทีมของเขาในซีซั่นนี้ แม้ว่าในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมาเขาจะได้ดาวเตะดี ๆ เข้ามาร่วมทีมมากมายก็ตาม โดยนัดเปิดสนามของลิเวอร์พูลจะลงเล่นในวันอาทิตย์พบกับ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด”

สำหรับซีซั่นนี้กุนซือใหญ่ชาวเยอรมันทุบคลังสโมสรไปถึง 170 ล้านปอนด์ ในการกระชากตัว 4 ดาวเตะมาร่วมทีมประกอบไปด้วย นาบี เกอิต้า,ฟาบินโญ่,เซอร์ดาน ชาคีรี่ และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูค่าตัวแพงที่สุดในโลกถึง 67 ล้านปอนด์ ที่พวกเขาดึงตัวมาจากโรม่า ในศึกกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี อีกทั้งการทำผลงานในช่วงปรีซีซั่นของลิเวอร์พูลก็สวยงามอย่างการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 การถล่มนาโปลี 5-0 เป็นต้น

กระนั้น คล็อปป์ ยังออกมาถ่อมตัวว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำหรับทีมของเขาในปีนี้ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ “การคว้าแชมป์ลีกยังเป็นงานยาก มันไม่ใช่แค่การตัดสินจากสถานการณ์ของเราและคิดว่า ว้าว มันยอดเยี่ยม เราจำเป็นต้องมีความพร้อมในแต่ละสัปดาห์
ไม่ใช่เฉพาะเกมใดเกมหนึ่ง นั่นคือความท้าทายของเรา”

เมื่อมู คือเต็งหนึ่ง ! ที่เตรียมโดนปลด

มูรินโญ่ เต็ง 1 เตรียมถูกปลด

เรียกว่างานนี้กระแสยังคงซัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่องสำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสแห่งทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเกมที่พ่ายย่อยยับให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 4-1 ช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาแม้เป็นเกมอุ่นเครื่อง แต่ก็เล่นเอาแฟนผีหลายคนฉุนขาด เพราะนั่นคือการแพ้ต่ออริตลอดกาล ล่าสุดมีหลายความคิดเห็นแล้วว่าอดีตกุนซือเชลซีรายนี้จะกลายเป็นเต็งหนึ่งในโลกพนันที่อาจโดนปลดออกในช่วงซีซั่นหน้าหากผลงานยังคงไม่ดีขึ้น

ราคาที่บ่อนรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษตั้งเอาไว้สำหรับกุนซือที่คาดว่ามีโอกาสโดนปลดเป็นคนแรกในซีซั่นหน้า คือ โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วยราคา 5/1 คือ แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน นั่นหมายความว่าแฟนบอลจำนวนมากอาจได้เห็นการกระเด็นตกเก้าอี้ของกุนซือรายนี้ก่อนเวลาอันควรก็ได้ เพราะด้วยผลงานที่ย่ำแย่อย่างต่อเนื่องในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งบอร์ดบริหารอาจยังมองว่าไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเปิดสนามพรีเมียร์ลีกมาแล้วผลงานยังไม่กระเตื้องมีหวังโดนอัปเปหิค่อนข้างสูง ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่เขาโดนปลดออกจากเชลซีรอบ 2 เหมือน มูรินโญ่ คนเดิมจะยังไม่กลับมาโดยเฉพาะสไตล์การคุมทีมที่พาสโมสรกวาดแชมป์เป็นว่าเล่น การที่ “ปีศาจแดง” ตั้งเขาขึ้นมาเป็นแม่ทัพคงไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการความสำเร็จ หลังกุนซือคนก่อนอย่าง เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัลป์ ทำไม่ได้ในสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น ทว่าเมื่อผ่านซีซั่นที่ 2 มา มูรินโญ่ ยังทำในสิ่งที่แฟนๆ และบอร์ดบริหารต้องการไม่ได้ นั่นคือแชมป์พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ลงจากตำแหน่งไป พวกเขาก็ไม่เคยสัมผัสกับถ้วยใบนี้อีกเลย

คราวนี้เมื่อเรามองไปยังกุนซือว่างงานที่พอจะเข้ามาเทียบรัศมี เขาได้แฟนบอลจำนวนมากโยนไปที่ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตกุนซือของ เรอัล มาดริด ที่เพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อซัมเมอร์นี้เหมือนกัน กระนั้นคงยังยากอยู่หากต้องการให้กุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้เข้ามากุมบังเหียนในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยปัจจัยหลายๆ ประการ ด่านแรกคือ มูรินโญ่ อาจต้องการพิสูจน์ฝีมือตัวเองอีกครั้งว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดในโลก แต่ที่น่าสนใจอีกเรื่องและอาจเป็นเรื่องน่ากังวลของทัพ “ปีศาจแดง” คือ ซัมเมอร์นี้พวกเขายังแทบไม่ได้นักเตะบิ๊กเนมเข้ามาร่วมทีมเลยสักคน อย่างรายที่ดึงเข้ามาไม่ว่าจะเป็น เฟร็ด หรือ ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ฝีเท้ามากนักด้วยซ้ำ แลดูน่าเป็นห่วงแทนเขาเหมือนกันที่อาจต้องโบกมือลาก่อนเวลาอันควร