13 ปีแห่งยุคเกลเซอร์ ช่วงเวลาทรงกับทรุดของปีศาจแดง ?

glazers manchester united

การเผชิญหน้ากับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในคืนวันเสาร์แรกของเดือนตุลาคม 2018 กลายเป็นเกมที่แฟนบอลทั่วไปและเหล่าผู้ที่ขายวิญญาณให้กับ ทีมปีศาจแดง ต่างเฝ้าคอยด้วยความใจจดใจจ่อ หลังมีข่าวลือสะพัดจากแหล่งข่าวใน อังกฤษ หลายสำนักที่พากันชี้ชัดก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นราว 24 ชม.ว่า นี่จะเป็นแมตช์สุดท้ายในการทำหน้าที่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ว่าผลการแข่งขันจะจบลงในรูปแบบใดก็ตาม หลังจากที่ กุนซือชาวโปรตุเกส เดินเข้าสู่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยเครื่องแต่งกายสีดำที่ดูเรียบหรู แม้จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขาในขณะที่พูดคุยทักทายกับผู้ตัดสินที่ 4 แต่ก็ยังมีสัญญาณบางอย่างที่สะท้อนถึงความมั่นใจที่ไม่เหมือนเดิมของเขา หลังเจ้าตัวหยิบขวดน้ำขึ้นมาและสาดเข้าใส่กล้องตัวหนึ่งที่กำลังตามติดเขาทุกฝีก้าว แม้แวบแรกอาจจะดูเหมือนเป็นการล้อเล่นแบบตลกร้าย แต่พฤติกรรมแบบนี้คงไม่มีทางเกิดขึ้นหากเขาไม่ได้ตกอยู่ภายใต้ภาวะความกดดันแต่พอหลังสิ้นเสียงนกหวีดเริ่มเกมไปไม่นานนัก อารมณ์ของ มูรินโญ่ กลับดูมืดดำกว่าชุดที่เขาสวมใส่อยู่และมันยิ่งดำดิ่งลงทุกทีหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นฝ่ายตามหลังผู้มาเยือนไปถึง 2 ประตูภายในช่วงเวลาเพียงแค่ 10 นาที จากลูกยิงเปิดหัวด้วยซ้ายของ เคเนดี้ แข้งชาวบราซิลที่ยืมตัวมาจาก เชลซี และจังหวะกลับตัวซัดในกรอบเขตโทษของ โยชิโนริ มูโตะ หัวหอกชาวญี่ปุ่น

หลังเสีย 2 ประตูไปตั้งแต่ช่วงต้นเกมส์ บรรยากาศใน โรงละครแห่งความฝัน พลันเงียบสงัด และแปรเปลี่ยนเป็นเสียงโห่ฮาจากเหล่ากองเชียร์ประมาณหนึ่งหลังจบครึ่งแรกโดยที่นักเตะของพวกเขายังไม่สามารถคุกคามคู่ต่อสู้ได้ซักเท่าไร ในขณะที่สายตาของ มูรินโญ่ ก็จ้องเขม็งไปยังซุ้มม้านั่งสำรองก่อนจะรีบจ้ำอ้าวเข้าสู่อุโมงค์ บางที”ปาฏิหาริย์”คือสิ่งที่พวกเขากำลังต้องการในเวลานี้หลังการปรับเปลี่ยนแทคติกที่นอกเหนือจากการถอด เอริค ไบยี่ ออกตั้งแต่นาทีที่ 20 และส่ง ฆวน มาต้า ลงมาแทนที่แล้ว มารูยาน เฟลไลนี่ ก็ได้โอกาสลงสนามทันทีในช่วงออกสตาร์ทครึ่งเวลาหลังเพื่อเข้ามาแทน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ รวมถึง อเล็กซิส ซานเชซ ไพ่ใบสุดท้ายที่ถูกส่งลงสนามมาในนาที 67 ในขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กลายเป็นคนที่ถูกถอดออกไป ก็ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนๆเจ้าถิ่นเริ่มดังขึ้นทุกขณะ

แม้สุดท้ายแล้ว ราฟาเอล เบนิเตซ จะรู้สึกหัวเสียหลังต้องกลับบ้านมือเปล่าทั้งๆที่ทีมของเขาเป็นฝ่ายออกนำไปก่อนถึง 2 ลูก แต่ท่ามกลางเสียงตบมือกึกก้องที่แฟนๆมอบให้กับ มูรินโญ่ ก็คงไม่มีใครกล้าการันตีได้ว่าสถานะบนเก้าอี้ของเขาจะยังเงียบสงบไปได้อีกนานซักเท่าไร แม้จะมีข่าวยืนยันจากทางบอร์ดบริหารก่อนเกมเริ่มไม่นานว่ายังพร้อมจะสนับสนุนเขาต่อไป ในขณะที่ เร้ด อาร์มี่ บางคนกำลังทำอารมณ์ไม่ถูกกับชัยชนะของทีมในนัดนี้ ซึ่งคงไม่ต่างกับการที่อาจจะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ว่า หลังการเข้ามาของ ตระกูลเกลเซอร์ ที่ได้สิทธิ์ถือครองสโมสรมาตั้งแต่ปี 2005 พวกเขาสูบเงินจากทีมไปแล้วราวๆ 1 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขไม่ต่างกับจำนวนที่ ชีค มานซูร์ เทงบเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับ แมนฯ ซิตี้

ราฟาเอล เบนิเตซ รู้สึกหัวเสีย แมตซ์พ่ายแมนยู

แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งสุดท้ายในปี 2013 ซึ่งเป็นฤดูกาลอำลาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่ก่อนหน้านั้นเพียง 1 ปีก็เริ่มมีสัญญาณคุกคามมาจากทีมคู่แข่งร่วมเมืองโดยที่คงยังไม่มีใครคาดคิดไปไกล แม้มันอาจเป็นระยะเวลาเพียงแค่ 10 ปีเท่านั้นจวบจนถึงปัจจุบันหลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ ของ อาบู ดาบี ยูไนเต็ด กรุ๊ป แต่มันก็กลับยาวนานเพียงพอที่จะทำให้การแย่งแชมป์ไปจาก ทีมเรือใบสีฟ้า ในเวลานี้กลายเป็นเรื่องไม่ง่าย จากมุมมองของแฟน ยูไนเต็ด ที่โลกไม่สวยหลายคนก็เริ่มสัมผัสได้แล้วว่า นอกจากผลงานในสนามของพวกเขาจะตกอยู่ภายใต้ร่มเงาทีมคู่แข่งร่วมเมืองที่นำโดยฟุตบอลแบบมีสไตล์ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปแล้ว ในส่วนของด้านอื่นๆนอกสนามก็กำลังจะกลายเป็นฝ่ายไล่ตามหลังในไม่ช้านี้ มันไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาระของ มูรินโญ่ ในสนามฝึกซ้อมและในสนามแข่งขัน แต่มันคือปัญหาของ ตระกูลเกลเซอร์ และ เอ็ด วู้ดเวิร์ด หัวเรือใหญ่ของทีมที่ต้องเร่งลงมือแก้ไขอะไรซักอย่าง

แม้ก่อนหน้านี้ฝั่งทีมสีฟ้าอาจจะมีปัญหาจุกจิกกวนใจเล็กน้อยจากการที่ กวาร์ดิโอล่า จงใจแสดงออกถึงมุมมองทางการเมืองใน กาตาลัน ดินแดนบ้านเกิดของตนเอง ซึ่งเป็นปัญหาละเอียดอ่อนและกลายเป็นเรื่องต้องห้ามจากทาง เอฟเอ อย่างไรก็ตามมันคงเป็นประเด็นอันน้อยนิดสำหรับทาง สมาคมฟุตบอลอังกฤษ เมื่อเปรียบเทียบไปถึงผลประโยชน์จากเม็ดเงินมหาศาลที่เจ้านายของ กุนซือชาวสเปน หว่านลงทุนไปอย่างชาญฉลาด สิ่งที่กลุ่มนักลงทุนชาวอาหรับทำในช่วงออกสตาร์ทของการเข้ามาบริหารก็คือ การจ้างที่ปรึกษาในการวางรากฐานเพื่อปูทางสู่ความสำเร็จใน พรีเมียร์ลีก ในขณะที่ทั้ง คัลดูน อัล มูบารัค ซีอีโอใหญ่และเหล่าที่ปรึกษาต่างเห็นพ้องต้องกันว่า โครงสร้างสโมสรที่มีตำแหน่ง ผอ.ฟุตบอล เป็นสิ่งสำคัญจากหน้าที่ในการดูแลงบประมาณหลายล้านปอนด์ที่เกี่ยวข้องกับนักเตะ โดยเฉพาะการดึงตัวผู้เล่นที่อยู่ในแผนการทำทีมเข้ามา

พวกเขายังเข้าใจวิวัฒนาการของวงการลูกหนังในปัจจุบันที่ต้องมีการสร้างแบรนด์ที่ควบคู่กับการขยายฐานแฟนบอลผู้ซื่อสัตย์ รวมถึงการตระหนักว่าสโมสรฟุตบอลกำลังกลายเป็นศูนย์รวมที่ดึงดูดการลงทุนต่างๆเข้ามา นอกจากนี้ยังมีการลงทุนก่อสร้างสถาบันการศึกษาและศูนย์กีฬาขึ้นมาในบริเวณถัดจากอะคาเดมี่แห่งใหม่มูลค่า 200 ล้านปอนด์ของทีม และหากมองไปที่ระดับอะดาเดมี่ ล่าสุดทางฝั่ง ยูไนเต็ด ก็พึ่งเริ่มตาสว่างและยอมอัดฉีดงบเพิ่มเป็นจำนวน 24 ล้านปอนด์ต่อปี หลังผลงานนักเตะจาก แคร์ริงตัน ตกเป็นลูกไล่ของฝั่ง ซิตี้ ไปแล้วในระยะหลังๆ และยังเป็นการมุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาในอนาคตหลังเหตุการณ์ไม่ลงรอยกันระหว่าง มูรินโญ่ และ วู้ดเวิร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ ในประเด็นการเฟ้นหาผู้เล่นเซ็นเตอร์แบ็คหน้าใหม่เข้าสู่ทีม

ถึงแม้ปัจจัยความสำเร็จของ แมนฯ ซิตี้ ในช่วงที่ผ่านมาจะมาจากเงินลงทุนร่วม 1.3 พันล้านปอนด์จาก ชีค มานซูร์ นับตั้งแต่ก้าวเข้ามามีอำนาจเบ็ดเสร็จในปี 2008 โดยงบส่วนใหญ่ได้ถูกใช้ไปกับการซื้อตัวนักเตะและจ่ายเป็นค่าเหนื่อย แต่หากจะมีทีมใดทีมหนึ่งนอกเหนือจาก เชลซี ของ โรมัน อบราโมวิช ที่จะคอมเพลนถึงการถูกคุกคามจากอำนาจเงินของกลุ่ม อาบู ดาบี ได้เต็มปากก็ต้องเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด เท่านั้น เนื่องจากมีข้อมูลระบุว่า หลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ของ ตระกูลเกลเซอร์ ในปี 2005 ทางสโมสรก็ถูกสูบเงินกลับคืนสู่พวกเขาในรูปแบบต่างๆไปแล้วไม่น้อยกว่า 1 พันล้านปอนด์ สถานะทางการเงินของ ปีศาจแดง ถูกดำเนินการไปเพื่อรองรับเงินในกระเป๋าของพวกเกลเซอร์อยู่ทุกๆปี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานอกจากจะมีเหตุการณ์สำคัญเรื่องข่าวกินเกาเหลาระหว่าง มูรินโญ่ และ ปอล ป็อกบา ที่แฟนบอลส่วนใหญ่ให้ความสนใจอยู่ ยังมีข้อสรุปตัวเลขทางบัญชีล่าสุดที่เผยแพร่ออกมาจากทางสโมสรที่แสดงให้เห็นว่า พวกเขายังมีรายรับอยู่ที่ 590 ล้านปอนด์ ซึ่งยังคงเหนือกว่าตัวเลขบวกของทาง ซิตี้ ที่ 500 ล้านปอนด์

โชเซ่เครียด ผลงานไม่เข้าตาวู้ดเวิร์ด

ตัวเลขสีเขียวทางบัญชีเหล่านี้ล้วนมีที่มาจากผลงานการขายสปอนเซอร์ชิพของ วู้ดเวิร์ด อดีตนายธนาคารใหญ่แบงค์ เจพี มอร์แกน ที่ย้ายเข้ามาทำหน้าที่สำคัญให้กับทีมในปี 2005 เช่นกัน แต่จากข้อมูลงบดุลก็ยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงมีหนี้สินค้างอยู่ 487 ล้านปอนด์หลังการเข้ามาเทคโอเวอร์ของ ตระกูลเกลเซอร์ โดยที่ วู้ดเวิร์ด ก็คือคนที่ดำเนินการกู้เงินเข้ามา 525 ล้านปอนด์ หนี้ก้อนโตในปัจจุบันดูจะกลายเป็นตัวเลขที่เกินควบคุมนับตั้งแต่การก้าวลงจากตำแหน่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ลำพังแค่ต้นทุนทางการเงิน (finance costs) ที่โดยส่วนใหญ่ก็คือค่าดอกเบี้ยภายในฤดูกาล 2017-18 ก็คิดเป็นจำนวน 24 ล้านปอนด์ ซึ่งก็อาจมากพอที่จะใช้สมทบทุนในการหาซื้อนักเตะกองหลังซักคนที่ มูรินโญ่ ต้องการ

6 พี่น้องตระกูลเกลเซอร์ ผู้ถือครองหุ้นสโมสรรวม 97% ได้รับเงินปันผลรวมกันไปล่าสุดประมาณ 18 ล้านปอนด์ แต่หากคิดยอดรวมการจ่ายเงินปันผลให้กับพวกเขารวมถึงนักลงทุนรายอื่นๆในรอบบัญชีปัจจุบันจะเท่ากับ 22 ล้านปอนด์ ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้วนิดหน่อยที่ 23 ล้านปอนด์แต่มากกว่าปีก่อนหน้านั้นที่ 20 ล้านปอนด์ โดยรวมแล้วมีการจ่ายเงินออกจากสโมสรรวม 3 ปีหลังสุดเป็นจำนวน 65 ล้านปอนด์ ในส่วนเงินเดือนของผู้บริหารในทุกระดับรวมถึงค่าตำแหน่งของ 6 พี่น้องตระกูลเกลเซอร์ ก็คิดเป็นจำนวน 13 ล้านปอนด์ โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 12 ล้านปอนด์และ 11 ล้านปอนด์ใน 2 ปีก่อนหน้านั้นตามลำดับ โดยในปีก่อนหน้านั้น กลุ่มบริษัท เร้ด ฟุตบอล ที่ถือครองโดย ตระกูลเกลเซอร์ ก็พึ่งเทขาย 4.3 ล้านหุ้นที่จดทะเบียนบนหมู่เกาะเคย์แมนออกไป จนทำให้พวกเขาฟันรายได้จากธุรกิจที่พัวพันกับเกมส์ลูกหนังเพิ่มไปอีกราว 56 ล้านปอนด์ บรรยากาศอึมครึมในสนามจากการที่ ป็อกบา นักเตะทีมแชมป์โลก เรียกร้องอิสระในการเล่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งดูจะสวนทางกับท่าทีของ มูรินโญ่ ที่ยังคงรู้สึกเซ็งไม่หายกับการถูกปฏิเสธคำขอในการเสริมผู้เล่นแนวรับให้กับทีมจาก วู้ดเวิร์ด จนทำให้เกิดเป็นรอยร้าวเล็กๆระหว่างผจก.ทีมและซีอีโอ อย่างไรก็ตามนั่นอาจเป็นเพียงปัญหาใหญ่หลักๆที่คนทั่วไปพอจะมองเห็นได้จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ในขณะนี้