เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

สุดสัปดาห์ที่กำลังจะถึงนี้มีเกมมันของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาให้แฟนบอลได้สนุกกันอีกครั้งเมื่อทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะเปิดรังแอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทีมร่วมเมืองลิเวอร์พูล และแน่นอนว่าเกมนี้คือศึกแห่งศักดิ์ศรีที่มีมากกว่าแค่การแข่งขันตามโปรแกรมทั่วไป เพราะมันคือศึกเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ ศึกชิงความเป็นใหญ่แห่งดินแดนแถบนี้ และยังเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าเจ้าบ้านมีดีพอหรือไม่ในการจะก้าวขึ้นเป็นทีมใหญ่เพื่อลุ้นแชมป์ลีกแบบเต็มตัว

บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

ต้องบอกว่าจริงแล้วสนามของทั้งสองสโมสรคืออยู่ใกล้กันมาก ๆ มีเพียงสวนสาธารณะกั้นกลางเอาไว้เท่านั้น ทำให้สามารถมองเห็นสนามของอีกฝ่ายได้แบบเหยียบจมูกกันเลย เมื่อเป็นเช่นนี้รสชาติของศึกดาร์บี้แมตช์แห่งเมืองลิเวอร์พูลจึงสนุกสนานและมันส์เกินบรรยายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะผ่านมาอีกยุคกี่สมัย ใครจะเป็นทีมใหญ่ ใครเป็นทีมเล็ก เมื่อมาเจอกัน ไม่มีคำว่ายอมแน่ ๆ ความน่าสนใจยิ่งกว่าตรงที่ทั้งสองทีมในปีนี้จัดว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดย ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 2 ของตารางก่อนแข่ง ในขณะที่ เอฟเวอร์ตัน เองรั้งอันดับ 6 นั่นหมายความว่าหากใครเอาชนะได้ โอกาสที่จะขยับอันดับหรือรักษาอันดับของตนเองเอาไว้ย่อมมีสูง

หากมองในบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ยังไงก็ต้องเทไปทางฝั่งเจ้าบ้านที่ตัวนักเตะเพียบพร้อมในทุกขุมกำลังทั้งแนวรับอย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ , เวอร์กิล ฟาน ไดค์ แนวรุกอย่าง 3 ประสาน ซาลาห์ , ฟีมีร์โน่ และ มาเน่ ที่ชั่วโมงนี้ก็ร้อนแรงใช้ได้ นั่นทำให้โอกาสที่พวกเขาจะคว้า 3 แต้ม พร้อมไล่เบียด แมนฯ ซิตี้ ต่อไปมีสูง ด้านฝั่งทีมเยือนเองก็ไม่ได้จัดว่าขี้เหร่แต่ประการใด โดยมี ริชาร์ลิสัน นำทีม และหวังจะยิงดับฝันของเพื่อนบ้านให้จงได้ บอกเลยว่าเกมในสุดสัปดาห์นี้ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงจริง ๆ

สำหรับ ลิเวอร์พูล หากพวกเขาเอาชนะได้ก็จะไล่บี้ แมนฯ ซิตี้ มากขึ้นไปอีก ในทางกลับกันหากพวกเขาทำได้แค่เสมอหรือแย่ถึงขั้นแพ้ มีความเป็นไปได้สูงว่าอาจกลายเป็นจุดพลิกประจำซีซั่นจนหาทางกลับบ้านไม่เจอก็ได้ ทั้งนี้หากให้มองความน่าจะเป็น ยังไงก็ขอเอียงไปทางฝั่งเจ้าบ้านด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ดูแล้วน่าจะเก็บ 3 คะแนนไม่ยาก กระนั้นโลกฟุตบอลไม่เคยมีอะไรแน่นอนและต้องรอดูว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไรต่อไป

เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ บทพิสูจน์อีกครั้งของหงส์

คล็อปป์ รับต้องแก้ปัญหาเรื่องความฟิต

คล็อปป์ รับต้องแก้ปัญหาเรื่องความฟิต

เจอร์เกน คล็อปป์ ยอดกุนซือชาวเยอรมันแห่งทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ได้ออกมากล่าวถึงลูกทีมว่า นักเตะของเขามีระดับความฟิตที่ต่างออกไปก่อนช่วงเริ่มต้นซีซั่นใหม่นี้และยังคงสร้างความแข็งแกร่งอยู่เสมอ โดยพวกเขาเพิ่งลงเล่นเกมอุ่นเครื่องช่วงปรีซีซั่นนัดสุดท้ายกับโตริโน่ในถิ่นแอนฟิลด์เมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมการกลับเข้าแคมป์ขอ งเดยัน ลอฟเรน ทำให้ คล็อปป์ มีทีมที่นักเตะทุกรายครบเป็นครั้งแรกในซัมเมอร์นี้

พวกเขามีเวลาอีก 5 วัน ก่อนที่จะลงทำศึกนัดเปิดสนามเกมแรกของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่ง คล็อปป์ เองก็มีความกังวลเล็กน้อยว่าทีมของเขาอาจยังไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่นัก โดยได้กล่าวผ่านเว็บไซต์ของสโมสรว่า

“พวกเราต้องการการกลับมาอย่างสดใส นั่นคือสิ่งหนึ่งและเรื่องอื่น ๆ ที่เรายังคงต้องทำงานหนักโดยเฉพาะความอดทน ทุกคนในทีมมีศักยภาพไม่เท่ากัน คุณมองเห็นได้ เราต้องการเล่นเกมแรกด้วยเหตุผลใดก็ตามเมื่อเรามีเวลาอีก 8 วัน เพราะเราเล่นในวันอาทิตย์ นั่นเป็นสัปดาห์เดียวกับปรีซีซั่น เราเปลี่ยนมันไม่ได้ นั่นคือความท้าทายที่เรามีตอนนี้ สิ่งแรกสำหรับทุกเรื่อง เราต้องมั่นใจว่าเรามีทีมที่ดีและยังคงมีงานอีกมากมายที่เราต้องทำ”

คล็อปป์ รับ การคว้าแชมป์ลีกยังยากสำหรับพวกเขา

ลิเวอร์พูล

เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนเก่งแห่งทัพ “ลิเวอร์พูล” ได้ออกมายอมรับว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ยังคงเป็นเรื่องยากสำหรับทีมของเขาในซีซั่นนี้ แม้ว่าในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมาเขาจะได้ดาวเตะดี ๆ เข้ามาร่วมทีมมากมายก็ตาม โดยนัดเปิดสนามของลิเวอร์พูลจะลงเล่นในวันอาทิตย์พบกับ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด”

สำหรับซีซั่นนี้กุนซือใหญ่ชาวเยอรมันทุบคลังสโมสรไปถึง 170 ล้านปอนด์ ในการกระชากตัว 4 ดาวเตะมาร่วมทีมประกอบไปด้วย นาบี เกอิต้า,ฟาบินโญ่,เซอร์ดาน ชาคีรี่ และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ โดยเฉพาะรายหลังที่ทำสถิติเป็นผู้รักษาประตูค่าตัวแพงที่สุดในโลกถึง 67 ล้านปอนด์ ที่พวกเขาดึงตัวมาจากโรม่า ในศึกกัลโช่ ซีเรีย อา อิตาลี อีกทั้งการทำผลงานในช่วงปรีซีซั่นของลิเวอร์พูลก็สวยงามอย่างการเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 การถล่มนาโปลี 5-0 เป็นต้น

กระนั้น คล็อปป์ ยังออกมาถ่อมตัวว่าการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำหรับทีมของเขาในปีนี้ยังคงเป็นเรื่องยากอยู่ “การคว้าแชมป์ลีกยังเป็นงานยาก มันไม่ใช่แค่การตัดสินจากสถานการณ์ของเราและคิดว่า ว้าว มันยอดเยี่ยม เราจำเป็นต้องมีความพร้อมในแต่ละสัปดาห์
ไม่ใช่เฉพาะเกมใดเกมหนึ่ง นั่นคือความท้าทายของเรา”

เมื่อมู คือเต็งหนึ่ง ! ที่เตรียมโดนปลด

มูรินโญ่ เต็ง 1 เตรียมถูกปลด

เรียกว่างานนี้กระแสยังคงซัดกระหน่ำอย่างต่อเนื่องสำหรับ โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุเกสแห่งทัพ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเกมที่พ่ายย่อยยับให้กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 4-1 ช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมาแม้เป็นเกมอุ่นเครื่อง แต่ก็เล่นเอาแฟนผีหลายคนฉุนขาด เพราะนั่นคือการแพ้ต่ออริตลอดกาล ล่าสุดมีหลายความคิดเห็นแล้วว่าอดีตกุนซือเชลซีรายนี้จะกลายเป็นเต็งหนึ่งในโลกพนันที่อาจโดนปลดออกในช่วงซีซั่นหน้าหากผลงานยังคงไม่ดีขึ้น

ราคาที่บ่อนรับพนันถูกกฎหมายของอังกฤษตั้งเอาไว้สำหรับกุนซือที่คาดว่ามีโอกาสโดนปลดเป็นคนแรกในซีซั่นหน้า คือ โชเซ่ มูรินโญ่ ด้วยราคา 5/1 คือ แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน นั่นหมายความว่าแฟนบอลจำนวนมากอาจได้เห็นการกระเด็นตกเก้าอี้ของกุนซือรายนี้ก่อนเวลาอันควรก็ได้ เพราะด้วยผลงานที่ย่ำแย่อย่างต่อเนื่องในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งบอร์ดบริหารอาจยังมองว่าไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่ถ้าหากเปิดสนามพรีเมียร์ลีกมาแล้วผลงานยังไม่กระเตื้องมีหวังโดนอัปเปหิค่อนข้างสูง ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่เขาโดนปลดออกจากเชลซีรอบ 2 เหมือน มูรินโญ่ คนเดิมจะยังไม่กลับมาโดยเฉพาะสไตล์การคุมทีมที่พาสโมสรกวาดแชมป์เป็นว่าเล่น การที่ “ปีศาจแดง” ตั้งเขาขึ้นมาเป็นแม่ทัพคงไม่มีอะไรมากไปกว่าต้องการความสำเร็จ หลังกุนซือคนก่อนอย่าง เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัลป์ ทำไม่ได้ในสิ่งที่พวกเขาอยากเห็น ทว่าเมื่อผ่านซีซั่นที่ 2 มา มูรินโญ่ ยังทำในสิ่งที่แฟนๆ และบอร์ดบริหารต้องการไม่ได้ นั่นคือแชมป์พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ลงจากตำแหน่งไป พวกเขาก็ไม่เคยสัมผัสกับถ้วยใบนี้อีกเลย

คราวนี้เมื่อเรามองไปยังกุนซือว่างงานที่พอจะเข้ามาเทียบรัศมี เขาได้แฟนบอลจำนวนมากโยนไปที่ ซีเนอดีน ซีดาน อดีตกุนซือของ เรอัล มาดริด ที่เพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อซัมเมอร์นี้เหมือนกัน กระนั้นคงยังยากอยู่หากต้องการให้กุนซือชาวฝรั่งเศสรายนี้เข้ามากุมบังเหียนในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยปัจจัยหลายๆ ประการ ด่านแรกคือ มูรินโญ่ อาจต้องการพิสูจน์ฝีมือตัวเองอีกครั้งว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในกุนซือที่เก่งที่สุดในโลก แต่ที่น่าสนใจอีกเรื่องและอาจเป็นเรื่องน่ากังวลของทัพ “ปีศาจแดง” คือ ซัมเมอร์นี้พวกเขายังแทบไม่ได้นักเตะบิ๊กเนมเข้ามาร่วมทีมเลยสักคน อย่างรายที่ดึงเข้ามาไม่ว่าจะเป็น เฟร็ด หรือ ดิโอโก้ ดาโล่ต์ ซึ่งยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ฝีเท้ามากนักด้วยซ้ำ แลดูน่าเป็นห่วงแทนเขาเหมือนกันที่อาจต้องโบกมือลาก่อนเวลาอันควร